Egg freezing: A detailed process from physical examination to egg collection

IUI AiyuIUI Aiyu
2 min read

แช่แข็งไข่ ขั้นตอนการทำอย่างละเอียด ตั้งแต่การตรวจร่างกายจนถึงการเก็บไข่

บทนำ

ในยุคปัจจุบันที่ผู้หญิงมีบทบาทสำคัญทั้งในด้านการศึกษา การทำงาน และการใช้ชีวิตส่วนตัว การตัดสินใจเรื่องการมีบุตรจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับอายุเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป เทคโนโลยีทางการแพทย์อย่าง การแช่แข็งไข่ (Egg Freezing) ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการช่วยให้ผู้หญิงสามารถเก็บรักษาความอ่อนเยาว์ของเซลล์ไข่เอาไว้ใช้ในอนาคต

กระบวนการแช่แข็งไข่ไม่ใช่เรื่องที่ซับซ้อนจนเกินไป แต่ก็ต้องอาศัยความรู้ ความเข้าใจ และการวางแผนที่ถูกต้อง เพราะแต่ละขั้นตอนตั้งแต่การตรวจร่างกาย การใช้ยากระตุ้นไข่ ไปจนถึงการเก็บไข่และการแช่แข็งไข่ ล้วนเป็นส่วนสำคัญที่จะกำหนดคุณภาพของไข่ที่จะถูกเก็บรักษาเอาไว้ใช้ในอนาคต บทความนี้จะอธิบายอย่างละเอียดทุกขั้นตอน เพื่อให้ผู้ที่สนใจสามารถเข้าใจและเตรียมตัวได้อย่างถูกต้อง


ขั้นตอนที่ 1: การตรวจร่างกายและการประเมินเบื้องต้น

ก่อนเข้าสู่กระบวนการแช่แข็งไข่ แพทย์จะทำการตรวจร่างกายและประเมินสุขภาพการเจริญพันธุ์ เพื่อให้มั่นใจว่าผู้เข้ารับการรักษามีความพร้อมและสามารถทำกระบวนการนี้ได้อย่างปลอดภัย

1.1 ซักประวัติและตรวจสุขภาพทั่วไป

  • ประวัติทางการแพทย์ เช่น โรคประจำตัว การแพ้ยา การผ่าตัดที่ผ่านมา

  • ประวัติการมีประจำเดือน ความสม่ำเสมอของรอบเดือน

  • ประวัติการใช้ยาคุมกำเนิดหรือการรักษาภาวะมีบุตรยากในอดีต

1.2 การตรวจเลือด

  • ตรวจระดับ ฮอร์โมน AMH (Anti-Müllerian Hormone) เพื่อประเมินปริมาณรังไข่ที่ยังเหลืออยู่

  • ตรวจ FSH และ LH เพื่อดูการทำงานของต่อมใต้สมองที่ควบคุมการตกไข่

  • ตรวจ ฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน เพื่อประเมินรอบเดือน

  • ตรวจคัดกรองโรคติดต่อ เช่น ไวรัสตับอักเสบ, HIV, ซิฟิลิส

1.3 การอัลตราซาวด์ทางช่องคลอด

  • ตรวจนับจำนวนถุงฟองไข่ (Antral Follicle Count: AFC)

  • ประเมินสภาพรังไข่และมดลูก

การตรวจทั้งหมดนี้ช่วยให้แพทย์สามารถวางแผนการใช้ยาและกำหนดแนวทางการเก็บไข่ที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล


ขั้นตอนที่ 2: การใช้ยากระตุ้นไข่

หลังจากประเมินร่างกายแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการใช้ ยากระตุ้นไข่ (Ovarian Stimulation) เพื่อให้รังไข่ผลิตให้ไข่โตจำนวนมากในรอบเดือนเดียว

2.1 ทำไมต้องกระตุ้นไข่

โดยธรรมชาติ ผู้หญิงมักตกไข่เพียง 1 ฟองต่อเดือน แต่ในการทำแช่แข็งไข่ เราต้องการเก็บไข่ให้ได้มากที่สุดเพื่อเพิ่มโอกาสความสำเร็จในอนาคต ดังนั้น แพทย์จึงใช้ยาฉีดฮอร์โมนเพื่อกระตุ้นให้รังไข่สร้างให้ไข่โตพร้อมกันหลายใบในรอบเดียว

2.2 วิธีการใช้ยา

  • ยาที่ใช้ส่วนใหญ่คือ FSH (Follicle Stimulating Hormone) และบางครั้งใช้ร่วมกับ LH (Luteinizing Hormone)

  • การฉีดยาจะทำทุกวันเป็นเวลา 10–12 วัน ขึ้นกับการตอบสนองของร่างกาย

  • ผู้ป่วยอาจต้องฉีดยาเองที่หน้าท้องหรือสะโพก ซึ่งแพทย์จะสอนวิธีการอย่างละเอียด

2.3 การติดตามผล

  • ต้องเข้ารับการอัลตราซาวด์ทุก 3-4 วัน เพื่อตรวจดูการเจริญเติบโตของถุงไข่

  • ตรวจเลือดเพื่อวัดระดับฮอร์โมนเอสโตรเจน

เมื่อถุงไข่มีขนาดเหมาะสม แพทย์จะนัดวันสำหรับการเก็บไข่


ขั้นตอนที่ 3: การฉีดยากระตุ้นให้ไข่ตก (Trigger Shot)

ก่อนการเก็บไข่ 34–36 ชั่วโมง ผู้เข้ารับการรักษาจะต้องได้รับการฉีดยา hCG (Human Chorionic Gonadotropin) หรือ GnRH agonist เพื่อกระตุ้นให้ไข่เจริญเต็มที่พร้อมสำหรับการเก็บ


ขั้นตอนที่ 4: การเก็บไข่ (Egg Retrieval)

การเก็บไข่เป็นขั้นตอนที่สำคัญและต้องอาศัยความแม่นยำสูง

4.1 วิธีการเก็บไข่

  • ทำโดยการส่องกล้องอัลตราซาวด์ทางช่องคลอด

  • ใช้เข็มดูดผ่านผนังช่องคลอดเข้าไปถึงถุงไข่

  • ดูดเอาของเหลวในถุงไข่ออกมา ซึ่งภายในจะมีเซลล์ไข่

4.2 การดมยาสลบ

  • ผู้ป่วยจะได้รับยานอนหลับหรือยาระงับความรู้สึกแบบฉีดเข้าเส้นเลือด

  • กระบวนการใช้เวลาประมาณ 60 นาที

4.3 หลังการเก็บไข่

  • อาจมีอาการปวดหน่วงท้องเล็กน้อย คล้ายปวดประจำเดือน

  • สามารถกลับบ้านได้ภายในวันเดียวกัน


ขั้นตอนที่ 5: การแช่แข็งไข่ (Cryopreservation)

หลังจากได้ไข่ที่สมบูรณ์แล้ว จะเข้าสู่กระบวนการ แช่แข็งไข่

5.1 วิธีการแช่แข็ง

  • ปัจจุบันนิยมใช้เทคนิค Vitrification (การแช่แข็งแบบผลึกแก้ว)

  • เป็นการลดอุณหภูมิอย่างรวดเร็วมาก ทำให้น้ำในเซลล์ไม่ตกผลึก

  • ช่วยเพิ่มอัตราการรอดชีวิตของไข่เมื่อทำการละลาย (Thawing)

5.2 การเก็บรักษา

  • ไข่จะถูกเก็บไว้ในถังไนโตรเจนเหลวที่อุณหภูมิประมาณ -196°C

  • สามารถเก็บรักษาได้หลายปี โดยคุณภาพแทบจะไม่เปลี่ยนแปลงเลย


ขั้นตอนที่ 6: การใช้ไข่ที่แช่แข็งในอนาคต

เมื่อผู้หญิงพร้อมที่จะตั้งครรภ์ ไข่ที่ถูกแช่แข็งจะถูกนำออกมาละลายและใช้ในกระบวนการทำเด็กหลอดแก้ว (IVF/ICSI)


ความปลอดภัยของกระบวนการแช่แข็งไข่

  • การใช้ยากระตุ้นไข่อาจทำให้เกิดภาวะ Ovarian Hyperstimulation Syndrome (OHSS) แต่ปัจจุบันความเสี่ยงค่อนข้างต่ำ

  • การเก็บไข่เป็นหัตถการที่มีความปลอดภัยสูง ความเสี่ยงจากการดมยาสลบและการติดเชื้อน้อยมาก

  • การแช่แข็งไข่ด้วยวิธี vitrification มีอัตราการรอดชีวิตของไข่สูงกว่า 96%


ค่าใช้จ่ายในการแช่แข็งไข่

ค่าใช้จ่ายอาจแตกต่างกันไปในแต่ละคลินิก โดยทั่วไปครอบคลุม

  • ค่าตรวจร่างกายและตรวจเลือด

  • ค่ายากระตุ้นไข่

  • ค่าหัตถการเก็บไข่

  • ค่าแช่แข็งและค่าฝากไข่รายปี


สรุป

การแช่แข็งไข่ เป็นเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ช่วยผู้หญิงในการเก็บรักษาความอ่อนเยาว์ของเซลล์ไข่เอาไว้ใช้ในอนาคต กระบวนการประกอบด้วยหลายขั้นตอน ตั้งแต่การตรวจร่างกาย การใช้ยากระตุ้นไข่ การเก็บไข่ ไปจนถึงการแช่แข็งไข่ในไนโตรเจนเหลว ซึ่งแต่ละขั้นตอนล้วนต้องอาศัยความเชี่ยวชาญของทีมแพทย์และห้องปฏิบัติการที่ได้มาตรฐาน

สำหรับผู้หญิงที่กำลังวางแผนอนาคตและยังไม่พร้อมมีบุตรในตอนนี้ การศึกษาและทำความเข้าใจขั้นตอนเหล่านี้จะช่วยให้สามารถตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ และเพิ่มโอกาสการมีบุตรที่แข็งแรงในอนาคต

0
Subscribe to my newsletter

Read articles from IUI Aiyu directly inside your inbox. Subscribe to the newsletter, and don't miss out.

Written by

IUI Aiyu
IUI Aiyu