Egg freezing: A detailed process from physical examination to egg collection


แช่แข็งไข่ ขั้นตอนการทำอย่างละเอียด ตั้งแต่การตรวจร่างกายจนถึงการเก็บไข่
บทนำ
ในยุคปัจจุบันที่ผู้หญิงมีบทบาทสำคัญทั้งในด้านการศึกษา การทำงาน และการใช้ชีวิตส่วนตัว การตัดสินใจเรื่องการมีบุตรจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับอายุเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป เทคโนโลยีทางการแพทย์อย่าง การแช่แข็งไข่ (Egg Freezing) ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการช่วยให้ผู้หญิงสามารถเก็บรักษาความอ่อนเยาว์ของเซลล์ไข่เอาไว้ใช้ในอนาคต
กระบวนการแช่แข็งไข่ไม่ใช่เรื่องที่ซับซ้อนจนเกินไป แต่ก็ต้องอาศัยความรู้ ความเข้าใจ และการวางแผนที่ถูกต้อง เพราะแต่ละขั้นตอนตั้งแต่การตรวจร่างกาย การใช้ยากระตุ้นไข่ ไปจนถึงการเก็บไข่และการแช่แข็งไข่ ล้วนเป็นส่วนสำคัญที่จะกำหนดคุณภาพของไข่ที่จะถูกเก็บรักษาเอาไว้ใช้ในอนาคต บทความนี้จะอธิบายอย่างละเอียดทุกขั้นตอน เพื่อให้ผู้ที่สนใจสามารถเข้าใจและเตรียมตัวได้อย่างถูกต้อง
ขั้นตอนที่ 1: การตรวจร่างกายและการประเมินเบื้องต้น
ก่อนเข้าสู่กระบวนการแช่แข็งไข่ แพทย์จะทำการตรวจร่างกายและประเมินสุขภาพการเจริญพันธุ์ เพื่อให้มั่นใจว่าผู้เข้ารับการรักษามีความพร้อมและสามารถทำกระบวนการนี้ได้อย่างปลอดภัย
1.1 ซักประวัติและตรวจสุขภาพทั่วไป
ประวัติทางการแพทย์ เช่น โรคประจำตัว การแพ้ยา การผ่าตัดที่ผ่านมา
ประวัติการมีประจำเดือน ความสม่ำเสมอของรอบเดือน
ประวัติการใช้ยาคุมกำเนิดหรือการรักษาภาวะมีบุตรยากในอดีต
1.2 การตรวจเลือด
ตรวจระดับ ฮอร์โมน AMH (Anti-Müllerian Hormone) เพื่อประเมินปริมาณรังไข่ที่ยังเหลืออยู่
ตรวจ FSH และ LH เพื่อดูการทำงานของต่อมใต้สมองที่ควบคุมการตกไข่
ตรวจ ฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน เพื่อประเมินรอบเดือน
ตรวจคัดกรองโรคติดต่อ เช่น ไวรัสตับอักเสบ, HIV, ซิฟิลิส
1.3 การอัลตราซาวด์ทางช่องคลอด
ตรวจนับจำนวนถุงฟองไข่ (Antral Follicle Count: AFC)
ประเมินสภาพรังไข่และมดลูก
การตรวจทั้งหมดนี้ช่วยให้แพทย์สามารถวางแผนการใช้ยาและกำหนดแนวทางการเก็บไข่ที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
ขั้นตอนที่ 2: การใช้ยากระตุ้นไข่
หลังจากประเมินร่างกายแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการใช้ ยากระตุ้นไข่ (Ovarian Stimulation) เพื่อให้รังไข่ผลิตให้ไข่โตจำนวนมากในรอบเดือนเดียว
2.1 ทำไมต้องกระตุ้นไข่
โดยธรรมชาติ ผู้หญิงมักตกไข่เพียง 1 ฟองต่อเดือน แต่ในการทำแช่แข็งไข่ เราต้องการเก็บไข่ให้ได้มากที่สุดเพื่อเพิ่มโอกาสความสำเร็จในอนาคต ดังนั้น แพทย์จึงใช้ยาฉีดฮอร์โมนเพื่อกระตุ้นให้รังไข่สร้างให้ไข่โตพร้อมกันหลายใบในรอบเดียว
2.2 วิธีการใช้ยา
ยาที่ใช้ส่วนใหญ่คือ FSH (Follicle Stimulating Hormone) และบางครั้งใช้ร่วมกับ LH (Luteinizing Hormone)
การฉีดยาจะทำทุกวันเป็นเวลา 10–12 วัน ขึ้นกับการตอบสนองของร่างกาย
ผู้ป่วยอาจต้องฉีดยาเองที่หน้าท้องหรือสะโพก ซึ่งแพทย์จะสอนวิธีการอย่างละเอียด
2.3 การติดตามผล
ต้องเข้ารับการอัลตราซาวด์ทุก 3-4 วัน เพื่อตรวจดูการเจริญเติบโตของถุงไข่
ตรวจเลือดเพื่อวัดระดับฮอร์โมนเอสโตรเจน
เมื่อถุงไข่มีขนาดเหมาะสม แพทย์จะนัดวันสำหรับการเก็บไข่
ขั้นตอนที่ 3: การฉีดยากระตุ้นให้ไข่ตก (Trigger Shot)
ก่อนการเก็บไข่ 34–36 ชั่วโมง ผู้เข้ารับการรักษาจะต้องได้รับการฉีดยา hCG (Human Chorionic Gonadotropin) หรือ GnRH agonist เพื่อกระตุ้นให้ไข่เจริญเต็มที่พร้อมสำหรับการเก็บ
ขั้นตอนที่ 4: การเก็บไข่ (Egg Retrieval)
การเก็บไข่เป็นขั้นตอนที่สำคัญและต้องอาศัยความแม่นยำสูง
4.1 วิธีการเก็บไข่
ทำโดยการส่องกล้องอัลตราซาวด์ทางช่องคลอด
ใช้เข็มดูดผ่านผนังช่องคลอดเข้าไปถึงถุงไข่
ดูดเอาของเหลวในถุงไข่ออกมา ซึ่งภายในจะมีเซลล์ไข่
4.2 การดมยาสลบ
ผู้ป่วยจะได้รับยานอนหลับหรือยาระงับความรู้สึกแบบฉีดเข้าเส้นเลือด
กระบวนการใช้เวลาประมาณ 60 นาที
4.3 หลังการเก็บไข่
อาจมีอาการปวดหน่วงท้องเล็กน้อย คล้ายปวดประจำเดือน
สามารถกลับบ้านได้ภายในวันเดียวกัน
ขั้นตอนที่ 5: การแช่แข็งไข่ (Cryopreservation)
หลังจากได้ไข่ที่สมบูรณ์แล้ว จะเข้าสู่กระบวนการ แช่แข็งไข่
5.1 วิธีการแช่แข็ง
ปัจจุบันนิยมใช้เทคนิค Vitrification (การแช่แข็งแบบผลึกแก้ว)
เป็นการลดอุณหภูมิอย่างรวดเร็วมาก ทำให้น้ำในเซลล์ไม่ตกผลึก
ช่วยเพิ่มอัตราการรอดชีวิตของไข่เมื่อทำการละลาย (Thawing)
5.2 การเก็บรักษา
ไข่จะถูกเก็บไว้ในถังไนโตรเจนเหลวที่อุณหภูมิประมาณ -196°C
สามารถเก็บรักษาได้หลายปี โดยคุณภาพแทบจะไม่เปลี่ยนแปลงเลย
ขั้นตอนที่ 6: การใช้ไข่ที่แช่แข็งในอนาคต
เมื่อผู้หญิงพร้อมที่จะตั้งครรภ์ ไข่ที่ถูกแช่แข็งจะถูกนำออกมาละลายและใช้ในกระบวนการทำเด็กหลอดแก้ว (IVF/ICSI)
ความปลอดภัยของกระบวนการแช่แข็งไข่
การใช้ยากระตุ้นไข่อาจทำให้เกิดภาวะ Ovarian Hyperstimulation Syndrome (OHSS) แต่ปัจจุบันความเสี่ยงค่อนข้างต่ำ
การเก็บไข่เป็นหัตถการที่มีความปลอดภัยสูง ความเสี่ยงจากการดมยาสลบและการติดเชื้อน้อยมาก
การแช่แข็งไข่ด้วยวิธี vitrification มีอัตราการรอดชีวิตของไข่สูงกว่า 96%
ค่าใช้จ่ายในการแช่แข็งไข่
ค่าใช้จ่ายอาจแตกต่างกันไปในแต่ละคลินิก โดยทั่วไปครอบคลุม
ค่าตรวจร่างกายและตรวจเลือด
ค่ายากระตุ้นไข่
ค่าหัตถการเก็บไข่
ค่าแช่แข็งและค่าฝากไข่รายปี
สรุป
การแช่แข็งไข่ เป็นเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ช่วยผู้หญิงในการเก็บรักษาความอ่อนเยาว์ของเซลล์ไข่เอาไว้ใช้ในอนาคต กระบวนการประกอบด้วยหลายขั้นตอน ตั้งแต่การตรวจร่างกาย การใช้ยากระตุ้นไข่ การเก็บไข่ ไปจนถึงการแช่แข็งไข่ในไนโตรเจนเหลว ซึ่งแต่ละขั้นตอนล้วนต้องอาศัยความเชี่ยวชาญของทีมแพทย์และห้องปฏิบัติการที่ได้มาตรฐาน
สำหรับผู้หญิงที่กำลังวางแผนอนาคตและยังไม่พร้อมมีบุตรในตอนนี้ การศึกษาและทำความเข้าใจขั้นตอนเหล่านี้จะช่วยให้สามารถตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ และเพิ่มโอกาสการมีบุตรที่แข็งแรงในอนาคต
Subscribe to my newsletter
Read articles from IUI Aiyu directly inside your inbox. Subscribe to the newsletter, and don't miss out.
Written by
